อย่าพึ่งทำประกัน!!! ถ้าน้องๆยังไม่รู้แบบประกันชีวิต
ประกันชีวิต4 แบบ
การเลือกประกันชีวิตที่เหมาะสมกับความต้องการของพวกเรา เป็นเรื่องสำคัญมากๆค่ะ
ลองมาดูข้อดีและข้อควรพิจารณาของประกันชีวิตทั้ง 4 แบบกัน
1. ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Life Insurance)
จุดเด่น
- เบี้ยประกันต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับแบบอื่น
-มีความยืดหยุ่นในการเลือกระยะเวลาคุ้มครอง
เหมาะสำหรับ
-คนวัยทำงานที่มีภาระทางการเงิน
-ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองชั่วคราวในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงสูง
การรับผลประโยชน์
-ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินก้อนตามจำนวนเอาประกันเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตในระหว่างระยะเวลาคุ้มครอง
-ไม่มีเงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญาหากผู้เอาประกันยังมีชีวิตอยู่
ข้อควรพิจารณา - ไม่มีมูลค่าเงินสดคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา
- เบี้ยประกันอาจเพิ่มขึ้นเมื่อต่ออายุกรมธรรม์
2. ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance)
จุดเด่น
- คุ้มครองตลอดชีวิต
- มีการสะสมมูลค่าเงินสดที่สามารถกู้ยืมได้!!
- เบี้ยประกันคงที่ตลอดอายุสัญญา
เหมาะสำหรับ
-ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองระยะยาวและการออมเงินไปพร้อมกัน
-ผู้ที่ต้องการสร้างมรดกให้กับทายาท
การรับผลประโยชน์
-ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินก้อนตามจำนวนเอาประกันเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต
-ผู้เอาประกันสามารถกู้ยืมจากมูลค่าเงินสดที่สะสมไว้ได้ระหว่างที่กรมธรรม์มีผลบังคับ
ข้อควรพิจารณา - เบี้ยประกันสูงกว่าแบบชั่วระยะเวลา
- ผลตอบแทนจากการสะสมมูลค่าเงินสดอาจต่ำกว่าการลงทุนรูปแบบอื่น
3. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance)
จุดเด่น
- ได้ทั้งความคุ้มครองชีวิตและการออมเงิน
- รับเงินก้อนเมื่อครบกำหนดสัญญา
เหมาะสำหรับ
-ผู้ที่ต้องการวางแผนการเงินระยะยาว เช่น เพื่อการศึกษาของบุตร หรือเตรียมเงินสำหรับวัยเกษียณ
-ผู้ที่ต้องการสร้างวินัยในการออมเงิน
การรับผลประโยชน์
-ผู้เอาประกันจะได้รับเงินก้อนตามจำนวนเอาประกันเมื่อครบกำหนดสัญญา หากยังมีชีวิตอยู่
-ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินก้อนตามจำนวนเอาประกัน หากผู้เอาประกันเสียชีวิตก่อนครบกำหนดสัญญา
ข้อควรพิจารณา - เบี้ยประกันสูงกว่าแบบชั่วระยะเวลาและแบบตลอดชีพ
- ความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนอาจมีจำกัด
4. ประกันชีวิตแบบเงินได้ประจำ (Annuity)
จุดเด่น
- ได้รายได้เป็นงวดๆ อย่างสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับวัยเกษียณ
- ช่วยวางแผนรายได้ในระยะยาว
- มีตัวเลือกการรับเงินที่หลากหลาย เช่น รับตลอดชีพ หรือรับในช่วงเวลาที่กำหนด
เหสาะสำหรับ
-ผู้ที่ใกล้หรืออยู่ในวัยเกษียณ
-ผู้ที่ต้องการรายได้ที่แน่นอนในอนาคต
การรับผลประโยชน์
-ผู้เอาประกันจะได้รับเงินงวดตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา เช่น รายเดือน รายปี
-สามารถเลือกรับเงินงวดตลอดชีวิต หรือตามระยะเวลาที่กำหนด
ข้อควรพิจารณา - อาจมีค่าธรรมเนียมการจัดการสูง
- ความยืดหยุ่นในการเข้าถึงเงินทุนอาจมีจำกัด
นอกจากประกันชีวิตหรือสัญญาหลักแล้ว น้องๆสามารถเพิ่มความคุ้มครองด้วยสัญญาเพิ่มเติม ดังนี้:
1. ประกันอุบัติเหตุ
- เป็นสัญญาเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองความสูญเสียที่เกิดจากอุบัติเหตุเท่านั้น
- ครอบคลุมการบาดเจ็บ สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ และเสียชีวิต
ข้อดี - เพิ่มความคุ้มครองเฉพาะด้านอุบัติเหตุ
- เบี้ยประกันมักไม่สูงมากเมื่อเทียบกับความคุ้มครองที่ได้รับ
ข้อควรพิจารณา - ไม่คุ้มครองการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่อุบัติเหตุ
2. ประกันสุขภาพ
- เป็นสัญญาเพิ่มเติมเพื่อผลประโยชน์ด้านสุขภาพ
- ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ
ข้อดี - ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล
- มีความยืดหยุ่นในการเลือกวงเงินคุ้มครอง
ข้อควรพิจารณา - ค่าเบี้ยประกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น วงเงิน ประกันอาชีพ อายุ
สุขภาพหรือโรคประจำตัว และเบี้ยประกันอาจเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น
ดังนั้นแล้ว น้องๆควรเลือกประกันชีวิตที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุ สถานะทางการเงิน ภาระหนี้สิน และเป้าหมายทางการเงินระยะยาว นอกจากนี้ การพิจารณาสัญญาเพิ่มเติมอย่างประกันอุบัติเหตุและประกันสุขภาพจะช่วยเพิ่มความครอบคลุมในการคุ้มครอง ควรพิจารณาอย่างรอบคอบและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินเพื่อเลือกแบบประกันและสัญญาเพิ่มเติมที่ตอบโจทย์ความต้องการของตัวเราเองมากที่สุด
